โปรดอ่าน ครับ....ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต้องช่วยกันครับ

โดย: ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ [IP: 103.49.149.xxx]
เมื่อ: 2019-03-09 09:36:36
เรียน พี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างทางหลวงวงแหวนรอบที่ 3 ทุกท่าน

ตามที่กรมทางหลวง ได้จัดทำโครงการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 โดยมีการจัดการประชุม ใหญ่ ประชุมย่อย ไปแล้วหลายครั้ง ในหลายพื้นที่ ทั้งเพื่อสำรวจออกแบบ เพื่อพิจารณารูปแบบทางเลือกโครงการที่เหมาะสม และมีการสรุป ผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการที่เหมาะสมไปแล้ว ในการประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562 ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมแกรนด์อินคำ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต จ.สมุทรปราการ โดยที่ประชาชนจำนวนมาก ยังไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจน ของโครงการครั้งนี้ และยังมีคำถาม ข้อท้วงติงมากมาย ที่มีการนำเสนอในที่ประชุม

โดยจากการประชุมสรุป ผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการที่เหมาะสมไปแล้ว ในการประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562 ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมแกรนด์อินคำสุวรรณภูมิแอร์พอร์ต จ.สมุทรปราการ สรุปได้ว่า https://www.outerring3east.com/attachments/view/?attach_id=204146



ได้มีการกำหนดแนวเส้นทางที่ชัดเจนแล้ว มีการออกแบบ กำหนดรูปแบบ เส้นทาง ตำแหน่งที่ดินที่กำหนดเวนคืนแล้วค่อนข้างชัดเจน แม้ว่าจะมีการทักท้วงเรื่องการเกิดปัญหาจราจรติดขัดในตำแหน่งทางเชื่อมกับเส้นทางต่าง ๆ การจราจรติดขัดบริเวณด่านเก็บเงิน เขม่าควันพิษ ที่จะฟุ้งกระจายลงสู่ที่ดิน 2 ข้างทาง ที่เส้นทางพาดผ่าน แต่กรมทางหลวง ยังยืนยันว่าจะดำเนินการก่อสร้างในเส้นทางดังกล่าวนี้ โดยได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ขณะนี้ ได้ยื่นเรื่องการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ซึ่งน่าจะเป็นขั้นตอนเดียวในเวลานี้ ที่จะใช้เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ เท่าที่ทราบ ในหลายจังหวัดก็จะมี ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชน โดยเฉพาะจังหวัด ปทุมธานี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งโครงการทางหลวงนี้ตัดผ่าน

ตั้งแต่ปลายปี 2561 ต่อเนื่องถึง ปี 2562 และปัจจุบัน หลายจังหวัดในประเทศไทย ประสบปัญหาจากฝุ่นขนาดเล็ก ที่เรียกกันว่า พี เอ็ม 2.5 ( PM 2.5) รวมทั้งปทุมธานี สมุมทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ด้วย และเป็นที่ชัดเจนว่า ฝุ่นขนาดเล็กนี้มีอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพประชาชน และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง โดยมีหลายหน่วยงานต่างแจ้งข้อมูลอันตรายนี้ต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างหาทางช่วยกันหาทางลดฝุ่นขนาดเล็กนี้ และสรุปสาเหตุของการเกิดฝุ่นขนาดเล็ก ว่า สาเหตุหนึ่งมาจากการใช้รถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์บรรทุก ที่มีควันดำ

ในหลายพื้นที่ ที่โครงการทางหลวงวงแหวน รอบที่ 3 นี้ ตัดผ่าน ก็มีค่าฝุ่นขนาดเล็กนี้ เกินมาตรฐานอยู่แล้วในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่า ในปีต่อ ๆ ไป ก็จะมีฝุ่นขนาดเล็กนี้สูงขึ้นอีกอย่างแน่นอน เนื่องจากการจำกัดการใช้รถบรรทุก เป็นเรื่องที่ไม่สามารถกระทำได้ในระยะเวลาอันสั้น การกวดขันเรื่องควันดำของรถบรรทุกก็ไม่สามารถกระทำได้จริงจังในตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา และยิ่งนับวัน ปริมาณรถบรรทุกยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นมากมาย และเมื่อเส้นทางวงแหวนรอบที่ 3 นี้ สร้างเสร็จ มีจุดประสงค์หลักคือสร้างขึ้นเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของปริมาณรถยนต์ รองรับการขนส่ง โดยเฉพาะรถบรรทุก ที่ขนส่งสินค้า ไป - กลับ ภาคตะวันออก จึงเชื่อได้ว่าเส้นทางนี้จะยิ่งเพิ่มฝุ่น ขนาดเล็ก PM 2.5 จนสูงกว่ามาตรฐานที่ยอมให้ อย่างมาก และจะเป็นอันตรายต่อประชาชนที่อยู่ 2 ฝั่งถนนของโครงการนี้อย่างแน่นอน

ในรายงานสรุปผลการประชุมสรุป ผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการที่เหมาะสมไปแล้ว ในการประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562 ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมแกรนด์อินคำ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต จ.สมุทรปราการ ในหัวข้อ ด้านสิ่งแวดล้อม มีผู้ตั้งคำถามว่า ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจะมีการแก้ไข อย่างไร โดยปัจจุบันพบว่าในพื้นที่ที่จำดำเนินการมีปัญหาด้านปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน หากมีโครงการจะทำให้ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้ยิ่งเกินค่ามาตรฐานและจะเป็นอันตรายต่อประชาชน ซึ่งกรมทางหลวงมีการชี้แจงในรายงานการสรุปว่า ในส่วนของผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณฝุ่นละออง โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และ PM 10 กรมทางหลวงตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว โดยปัจจุบันได้มีการประชุมหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางป้องกันและบรรเทาฝุ่นละอองในงานของกรมทางหลวง โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกรมทางหลวง นำมาตรการตามประเภทงานไปใช้ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เช่น จัดเจ้าหน้าที่ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริหารจัดการจราจรบนถนนหรือบริเวณพื้นที่ก่อสร้างเพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรและรถยนต์ ทั้งในส่วนของทางหลวงและผู้รับจ้าง โดยห้ามใช้เครื่องจักรและรถยนต์ที่เกิดเขม่า ควันดำ โดยเด็ดขาด ทั้งนี้ในส่วนของโครงการ ฯ จะมีการศึกษาและกำหนดมาตรการในการป้องกันและลดผลกระทบเพื่อเป็นข้อกำหนดให้ผู้รับเหมาก่อสร้างปฏิบัติตาม โดยกรมทางหลวงจะกำหนดเป็นเงื่อนไขแนบท้ายประกอบสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง เพื่อควบคุมกำกับให้ผู้รับเหมา ปฏิบัติและดำเนินงานตามสัญญา ส่วนในระยะดำเนินโครงการซึ่งจะดูแลโดยกรมทางหลวง และจะมีการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยจะดำเนินการควบคู่กับมาตรการป้องกันและลดผลกกระทบที่กำหนดไว้

จะเห็นว่า คำชี้แจงของกรมทางหลวง ชี้แจงเฉพาะในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างเท่านั้น มิได้พูดถึงผลกระทบหลังจากการเปิดใช้งานเลย ซึ่งจะเห็นกันชัดเจนอยู่แล้วในทุกวันนี้ว่า ยิ่งนับวัน รถยนต์ควันดำจะยิ่งมีมากขึ้น ทั้งจากรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ รถโดยสารและรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก หรือรถปิคอัพ จากเหตุที่ไม่มีการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง ซึ่งการจับกุม เปรียบเทียบปรับรถยนต์ควันดำ ไม่อยู่ในหน้าที่รับผิดชอบของกรมทางหลวง ดังนั้น จึงเชื่อได้ว่า เมื่อโครงการถนนวงแหวนรอบ ที่ 3 นี้แล้วเสร็จ บริเวณที่ถนนสายนี้ตัดผ่าน ในบางช่วงเวลา จะมีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงเกินมาตรฐานอย่างแน่นอน และมีผลต่อชีวิตประจำวันและสุขภาพของประชาชนอย่างแน่นอนเช่นกัน ดังที่ปรากฏแล้วเมื่อเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา

การที่โครงการทางหลวง วงแหวน รอบที่ 3 ยังไม่ได้รับการพิจารณาเรื่องสิ่งแวดล้อมในขณะนี้ จึงเป็นทางเดียว ที่จะหยุดยั้งโครงการนี้ได้ โดยช่วยกันแสดงพลังคัดค้าน โดยยกเรื่องฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 มาเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งสังคมและภาครัฐ รับรู้อยู่แล้วมีอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพของประชาชน ตามที่หลายหน่วยงานได้แจ้งเตือนตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เป็นปัญหาต่อการดำรงชีพของประชาชน จะออกกำลังกายกลางแจ้งก็ไม่ได้ จะไปไหนมาไหน ต้องสวมใส่หน้ากากป้องกัน โดยนำเสนอผ่านไปยัง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. เทศบาล จนถึงระดับจังหวัด และหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่พิจารณาเรื่องสิ่งแวดล้อมในการก่อสร้างโครงการนี้ รวมถึง ไปขอลงบันทึกประจำวันต่อตำรวจท้องที่ ให้เป็นหลักฐานว่า ได้มีการทักท้วงการก่อสร้างโครงการนี้แล้ว ว่ามีอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน และอาจมีผลกระทบถึงขั้นเจ็บป่วย เสียชีวิต เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินการเรียกร้องตามกฎหมายจากบุคคล หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป



ขอกราบขอบพระคุณทุกท่าน ที่ช่วยกันแสดงพลัง

#1 โดย: เชษฐ์ [IP: 202.14.13.xxx]
เมื่อ: 2019-03-12 16:36:33
อนาคตรถจะใช้ไฟฟ้ากันหมดครับ อย่ากังวลเรื่องมลพิษมากนัก เมืองต้องเติบโต ต้องขยาย เพื่อเป็นรากฐานเศรษฐกิจให้ลูกหลานนับสิบล้านคน บางทีต้องมีผู้เสียสละบ้าง

ดูเมืองหลวงใหญ่ๆ ของโลก ก็ค่อยๆ เติบโตในลักษณะนี้

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 37,422